สังขยาชาไทย

สังขยาชาไทย (น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ)

สังขยาชาไทย-ปก

Share this

ส่วนผสม สังขยาชาไทย
  • น้ำชา จากผงชาไทย 1/2 ถ้วย
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/3 ถ้วย
  • หัวกะทิ 600 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ มิตรผล 1 + 1/2 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 5 ฟอง
  • เกลือสมุทรป่น 1 ช้อนชา
  • นมข้นจืด 1 ถ้วย

เมนูนี้มีมิตรผล

น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ มิตรผล
MITR PHOL NATURAL CANE SUGAR

กลิ่นหอมและสีสันจากอ้อยธรรมชาติ 100% ใช้ชีววิธีแทนการใช้สารเคมี และผ่านกระบวนการกรองอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้น้ำตาลเกล็ดคุณภาพที่หวานหอม และสีสันจากธรรมชาติ สะอาด ปลอดภัยเหมาะกับการประกอบอาหาร คาว หวาน และเครื่องดื่ม
เมนูแนะนำ : น้ำสมุนไพร, น้ำจิ้ม, ขนมปังสังขยา, ปลาทูต้มเค็ม

ขั้นตอนการทำ

  • ในอ่างผสมใบแรก ให้เราใส่แป้งสาลี น้ำชาลงไป แล้วคนให้เข้ากันนะคะ *** อัตราส่วนผงชาต่อน้ำ สำหรับการชงชา ขึ้นกับยี่ห้อ ขึ้นกับความเข้มที่ชอบ แต่โดยทั่วไปแล้ว เราจะใช้ผงชา 5 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ ¾ ถ้วย ชงแล้วจะได้น้ำชาประมาณ ½ ถ้วย ค่ะ
  • จากนั้นก็ใส่หัวกะทิ เกลือป่น และน้ำตาลอ้อยธรรมชาติมิตรผล ลงไป แล้วคนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายหมดนะคะ
  • ก็จะได้ออกมาเป็นแบบนี้ พักไว้ก่อนค่ะ
04
  • ในอ่างผสมใบที่ 2 ให้เราตอกไข่ไก่ทั้ง 5 ฟองใส่ลงไป แล้วตีให้เข้ากันนะคะ
05
  • เสร็จแล้วก็เทไข่ใส่ลงไปในอ่างใบแรก คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี
06
  • ก็กรองด้วยกระชอนตาถี่ ๆ หรือผ้าขาวบางสัก 1-2 ครั้ง เผื่อว่าจะมีเศษเปลือกไข่ตกลงไป หรือมีไข่ขาวส่วนที่เราตียังไม่แตกอ่ะค่ะ
07
  • ก็จะได้ส่วนผสมของสังขยาชาไทยออกมาอย่างในภาพด้านล่างนี้นะคะ
08
  • จากนั้นก็นำสังขยาไปตุ๋นด้วยไฟกลางอ่ะค่ะ ซึ่งช่วงแรกของการตุ๋น คนด้วยตะกร้อมือเป็นระยะ ๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องคนตลอดเวลา เพราะความร้อนจากน้ำในหม้อตุ๋น จะยังส่งมาถึงสังขยาไม่มากเท่าไหร่ แต่พอผ่านไปสัก 10 นาที ควรใช้ตะกร้อมมือคนตลอดเวลานะคะ ไม่งั้นสังขยาบางส่วนอาจจจะจับตัวกันเป็นลิ่ม ๆ ได้อ่ะค่ะ
  • *** วิธีการตุ๋นสังขยา ทำได้ 2 แบบ แบบแรกคือนำหม้อหรืออ่างสังขยาไปตั้งเตาไฟ โดยตรงเลยนะคะ วิธีนี้จะทำให้สังขยาสุกและเซตตัวไว ข้นไว แต่ว่าด้วยความที่ความร้อนจากเตาสัมผัสหม้อโดยตรง ถ้ากวนไม่ทัน ก็อาจจะทำให้สังขยาจับตัวกันเป็นลิ่มง่าย และไหม้ก้นหม้อได้ง่ายกว่าอีกแบบค่ะ
  • แบบที่สอง คือ การนำหม้อมีส่วนผสมสังขยาชาไทย วางซ้อนลงในหม้อน้ำอีกใบ ก่อนจะเอาไปตั้งเตาไฟ ซึ่งหม้อใบที่อยู่ด้านล่างจะต้องใหญ่กว่า และปริมาณน้ำที่ใส่ลงไปในหม้อด้านล่างก็จะมีความสูงเท่ากับสังขยาที่อยู่ในหม้อด้านบนนะคะ วิธีนี้ความร้อนจากเตาไฟจะทำให้น้ำในหม้อด้านล่างร้อนและเดือดก่อน แล้วความร้อนจากน้ำในหม้อด้านล่าง ก็จะมาทำให้สังขยาในหม้อด้านบนของเราสุกอีกทีอ่ะค่ะ
  • ซึ่งวิธีนี้เนี่ย นอกจากจะต้องใช้อุปกรณ์เยอะกว่า ดูยุ่งยากกว่า แถมยังใช้เวลาในการกวนสังขยานานกว่า แต่ว่าสังขยาก็จะจับตัวกันเป็นเม็ดยากกว่า และตัดปัญหาเรื่องไหม้ก้นหม้อไปได้เลยนะคะ ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ เลือกการตุ๋นแบบที่สองเนี่ย ระหว่างหม้อชั้นบนกับหม้อชั้นล่าง ให้เราเอาผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ ประมาณผ้าเช็ดหน้า วางไว้ที่ก้นหม้อชั้นล่างสักหน่อย เพื่อช่วยให้หม้อด้านบนไม่ขยับตัวไปมามากนักอ่ะค่ะ
09
10
  • และเมื่อเรากวนไปได้สักประมาณ 20 นาที เราก็จะได้สังขยาที่ดูสีเข้มขึ้น และข้นขึ้นแบบในภาพด้านล่างนี้นะคะ
11
  • เราก็กวนต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะ จนเวลาผ่านไป 30 นาที 40 นาที
12
  • จนสังขยาชาไทยของเรามีความข้นประมาณนี้ คือ เวลาเราลากตะกร้อไปมาในหม้อ แล้วจะเห็นรอยเส้นตะกร้ออย่างชัดเจนนะคะ
  • *** เวลาที่ใช้กวนสังขยาของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน ขึ้นกับปริมาณที่ทำ ขึ้นกับความหนาของหม้อ ขึ้นกับความแรงเตาเตาไฟ และถ้าตุ๋นแบบที่สอง ก็ขึ้นกับปริมาณน้ำในหม้ออีกด้วยอ่ะค่ะ แต่ถ้าทำสูตรเดียวกัน วิธีการตุ๋นแบบเดียวกันนี่ ก็จะใช้เวลาไม่ต่างกันมากนะคะ
13
  • ก็ให้เราปิดไฟเตา เทนมข้นจืดใส่ลงไป แล้วก็ใช้ตะกร้อมือกวนสังขยาไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ก็แปลว่าใช้ได้แล้วอ่ะค่ะ
14
  • ถึงตรงนี้ก็พักสังขยาไว้ให้เย็น แล้วก็ตักแบ่งใส่กระปุกหรือกล่องเก็บใส่ตู้เย็นไว้ได้เลยนะคะ
20
  • เนื่องจากว่าสังขยาชาไทยสูตรนี้เนี่ย เป็นสูตรที่เราไม่ได้ใส่สารกันบูดใด ๆ เพราะงั้นแล้วจะเก็บในตู้เย็นได้ประมาณ 5 วันนะคะ ซึ่งตอนเก็บในตู้เย็นเนี่ย ความเย็นจะทำให้สังขยาข้นขึ้นอีกหน่อยนึง แต่พอเอาออกมาวางนอกตู้เย็นสักแป๊บ ก็จะคืนตัวกลับมาข้นเท่าเดิมอ่ะค่ะ ลองไปทำดูกันนะคะ
24